http://www.thongthailand.com
  สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com 
 หน้าแรก  เว็บบอร์ด  บทความ  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  ข่าวสาร
ค้นหา  ประเภทการค้นหา   Cart รายการสั่งซื้อ (0) 
สถิติ
เปิดเว็บไซต์ 15/03/2009
ปรับปรุง 04/06/2025
สถิติผู้เข้าชม15,343,721
Page Views17,913,937
« October 2026»
SMTWTFS
    123
45678910
11121314151617
18192021222324
25262728293031
ท่องเที่ยวทั่วไทยไปทั่วโลก
ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต และความเชื่อ
รีวิว ร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ทและสปา
  foo&bed
ธรรมชาติ,สัตว์ป่าและพันธุ์พืช...มีคุณ(nature)
บทบรรณาธิการ สกู๊ฟพิเศษ และเรื่องเล่า
ข่าวสาร
http://www.thongthailand.com/index.php?mo=3&art=42365202
 

อส.พาเที่ยวมุดถ้ำ

อส.พาเที่ยวมุดถ้ำ

                                     อส.พาเที่ยวมุดถ้ำ”ภูผาเพชร”

                                  ล่องเรือย่ำลานกุหลาบหิน”ถ้ำเจ็ดคต”

โดยภาวิณีย์ เจริญยิ่ง เรื่อง-ภาพ

                ถ้าพูดถึง”อส.” หรือชื่ออย่างเป็นทางการว่าสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เชื่อว่าคนส่วนใหญ่รู้จักกันดี แต่อาจจะไม่ทราบว่าภารกิจอีกอย่างหนึ่งของอส.ก็คือการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะที่ผ่านมามักจะได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับภารกิจในการตรวจตรารักษาความสงบเรียบร้อยร่วมกับฝ่ายทหาร-ตำรวจ หรือช่วยในเรื่องการบรรเทาภัยที่เกิดจากธรรมชาติฯมากกว่า

               วันก่อน”นายมงคล  สุระสัจจะ” อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ในฐานะหน่วยงานที่ดูแลอส. จึงได้พาสื่อมวลชนจากส่วนกลางหลายสิบชีวิตไปดูภารกิจอส. ประเภทสำรอง ด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่จ.สตูล ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่อง โดยมีจำนวนอส.ส่งเสริมการท่องเที่ยวทั้งจังหวัด 212 คน มีทั้งหญิงและชาย

 

              สมาชิกอส.สำรองเหล่านี้ ทำงานด้วยจิตอาสาและมีความเสียสละจริงๆ เพราะหน่วยงานรัฐไม่มีค่าตอบแทนอะไรให้ นอกจากกรณีที่ได้รับอุบัติหรือเสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ก็จะได้รับการสงเคราะห์ตามระเบียบราชการ  แต่ละคนมาสมัครเป็นอส.สำรองเพราะอยากช่วยเหลือภารกิจของทางราชการ ขณะที่ทุกคนมีอาชีพเป็นของตัวเองอยู่แล้ว

                นายมงคลเล่าว่า บางคนเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นนักธุรกิจ บางคนเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดก็มี  ปัจจุบันมีสมาชิกอส.สำรองในจังหวัดที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว รวม 27 จังหวัดทั่วประเทศ และทางกรมการปกครองมีนโยบายที่จะเพิ่มจำนวนอส.สำรองส่งเสริมการท่องเที่ยวให้มากที่สุด ซึ่งปัจจุบันจังหวัดที่มีอส.ด้านนี้มากสุดคือจ.สงขลามี3041 นาย อำเภอที่มีมากที่สุดคืออ.

หาดใหญ่มี1140 นาย

                “สมาชิกอส.สำรองนั้นเกิดขึ้นจากการจัดให้มีการฝึกอบรมความรู้เบื้องต้นแก่ประชาชนทั่วไป ในระยะเวลา 5-10 วัน ตามความหมาะสม ซึ่งการทำภารกิจของอส.นั้นอาจเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัยและตามสภาพการณ์ของแต่ละพื้นที่อย่างเช่นในจ.สุรินทร์ หรือศรีสะเกษ อส.ก็จะร่วมกับตำรวจ ทหาร ดูแลความเรียบร้อยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา แต่ถ้าจังหวัดไหนไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยและปัญหาความมั่นคง อส.สำรองก็จะอาจจะไปทำภารกิจอื่นๆ อย่างในเมืองท่องเที่ยวก็ไปช่วยในส่วนท่องเที่ยว เช่นที่จ.สตูล ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆไม่ว่าจะเป็นถ้ำภูผาเพชร ถ้ำเจ็ดคตก็จะมีอส.สำรองที่เป็นคนในหมู่บ้านแถวนั้นมาช่วยดูแลนักท่องเที่ยว”

                คุณลุงคนึง จันทร์แดง หรือป๋านึง  ประธานสมาชิกอส.ส่งเสริมการท่องเที่ยวของอ.มะนัง   เป็นไกด์พาพวกเราไปชมความงามของถ้ำภูผาเพชร ในฐานะที่เป็นผู้บุกเบิกถ้ำนี้ คุณลุงพาไปตามจุดต่างๆภายในถ้ำ ซึ่งก่อนจะเข้าไปในถ้ำ ตรงปากทางต้องก้มหัวน้อมตัวมุดลงไป ใครตัวใหญ่จะก้มลำบากหน่อย แต่พอเข้าไปแล้วจะรู้สึกสบายหายใจคล่องเพราะเป็นถ้ำใหญ่ มีพื้นที่กว้างขวาง เดินสะดวกมีสะพานไม้อย่างดีให้เดิน และมีไฟส่องตลอด

                ภายในถ้ำตามจุดต่างๆ จะเรียกชื่อแตกต่างกันไป อาทิ ห้องผ้าม่านเพชร ห้องปะการัง ห้องโถงใหญ่ ห้องโคมศิลาเพชร ,หัวพญานคา ,เสาค้ำสุริยัน และลานคอนเสิร์ตฯลฯ

                 เพื่อนนักข่าวบางคนบอกว่าน่าจะติดไฟสีๆเหมือนถ้ำที่เมืองกุ้ยหลินของจีน  ซึ่งมีหลากสีสัน ถ่ายรูปออกมาแล้วสวย ขณะที่บางคนแย้งว่าให้เป็นแสงไฟธรรมดาแบบนี้ดีแล้ว ดูเป็นธรรมชาติ

                 การเดินอยู่ในถ้ำนี้เต็มไปด้วยความสนุกสนาน โดยเฉพาะในช่วงที่รอหยดน้ำลงมาจากข้างบนด้วยการตะโกนเสียงดังๆ ซึ่งเชื่อกันว่าถ้านำมือไปรองหยดน้ำจะโชคดี หลายคนเลยตะโกนกันเสียงดังลั่นเพื่อให้หยดน้ำไหลลงมา

                  อีกจุดหนึ่งที่มหัศจรรย์ก็คือ น้ำตกในถ้ำที่มีน้ำไหลมาจากข้างบนทำให้เกิดภูเขาลูกย่อมๆ และน้ำที่หยดลงมานั้นทำให้ภูเขานี้สูงขึ้นเรื่อยๆ แต่น้ำที่ไหลในปริมาณเยอะนั้นก็ไม่ทำให้เกิดน้ำท่วมในถ้ำแต่อย่างใด

                  เสร็จจากถ้ำภูผาเพชรก็มาต่อด้วยการล่องเรือเข้าถ้ำเจ็ดคต ซึ่งก็มีบรรดาสมาชิกอส.ส่งเสริมการท่องเที่ยวมาดูแลพวกเราตลอด และบอกอย่างภาคภูมิใจว่า อยากให้คนไทยมาเที่ยวที่นี่กันเยอะๆเพราะถือเป็นถ้ำเดียวในประเทศไทยที่มาเที่ยวแล้วได้ไปถึงสองอำเภอ คืออ.มะนังกับอ.ละงู

                  แม้วันนั้นจะมีเวลาล่องเรือไม่นาน เพราะไปตอนเย็นแล้ว แต่หลายคนก็ชื่นชอบเพราะสองข้างทางระหว่างล่องนั้นจะมีต้นไม้ใหญ่ล้มพาดหลายต้นจากฝั่งหนึ่งไปอีกฝั่งหนึ่ง  เป็นทัศนียภาพที่สวยงามจริงๆ หากที่ไหนไม่มีเหมือน ทำให้คนนั่งเรือต้องก้มหัวหมอบลง โดยเฉพาะคนตัวสูง ถ้าเผลอศรีษะมีอันเป็นไปแน่

 

                   ในถ้ำเจ็ดคตนี้แตกต่างจากถ้ำภูผาเพชรอย่างมาก ประการแรก คือ มืดสนิท นอกจากแสงไฟส่องจากคนพายเรือ และถ้ำนี้ยังมีน้ำตลอด แถมด้วยเสียงค้างคาวเจี๊ยวจ๊าว ซึ่งมีจำนวนมากขนาดได้กลิ่นอึฉุนเลยทีเดียว 

                 ในช่วงที่อยู่ในถ้ำนั้น น้องนักเรียนนักศึกษาที่มาหารายได้พิเศษจากการรับจ้างพายเรือคยัคนี้ บอกให้ฟังว่าที่เรียกว่าเจ็ดคดนั้น มีอะไรบ้าง  เรียกลำดับดังนี้ บัวคว่ำ หัวสิงโต ม่านเพชร ลานกุหลาบหิน ส่องนภา ประติมากรรมพระพุทธรูป และแผนที่ประเทศไทย เสียดายช่วงที่ไปนั้นไม่มีแสงพระอาทิตย์แล้ว เลยไม่ได้เห็นความสวยงามของ”ส่องนภา”

                   ในช่วงล่องเรือเข้าถ้ำเจ็ดคตนั้น พวกเราได้แวะถ่ายรูปลานดอกกุหลาบหินกันอย่างจุใจ เพราะทางเรือจอดให้ขึ้นไปกตชัตเตอร์บนลานนั้นได้ ส่วนจุดอื่นๆขอบอกถ่ายยากเพราะต้องใช้กล้องใหญ่และไฟส่องมากพอ

                  แม้จะมีเวลาเที่ยวในถ้ำนี้ไม่นาน แต่ก็ทำให้พวกเราดื่มด่ำกับความงามของธรรมชาติที่เสกสรรปั้นแต่งอย่างลงตัว กลับไปคราวนี้ตั้งใจจะไปบอกพรรคพวกเพื่อนฝูงในเมืองหลวงให้มาเที่ยวสองถ้ำนี้  ไม่อย่างนั้นจะไม่รู้ว่าสตูลมีของดีจริงๆ   

Tags : ถ้ำภูผาเพชร วันเดียวเที่ยวที่ไหนดี เที่ยวท่องล่องแม่น้ำเจ้าพระยายามราตรี

 
 หน้าแรก  บทความ  ข่าวสาร  รวมรูปภาพ  ติดต่อเรา  เว็บบอร์ด

อัตราค่าโฆษณา    

แบบเนอร์ กลางหน้า.  ขนาด 800 x 400-600 พิกเซล เห็นหน้าแรก  5,000 บาท/เดือน

แบนเนอร์ เหนือโลโก้เว็บไซต์ ขนาด 1000 x 80 พิกเซล เห็นทุกหน้า 4,000 บาท/เดือน

 แบนเนอร์ ซ้าย  ขนาด 240 x 120-160 พิกเซล เห็นทุกหน้า 3,000 บาท/เดือน

ทำข่าวแถลง รีวิวโรงแรมและร้านอาหาร  เขียนสารคดี เชิญได้โดยตรงที่ โทร.081-9416364

ติดต่อ 135 ม.12 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม 73140

 
view